
ที่มา:วารสารการเงินธนาคาร

นำเงินไปลงทุนอะไรดี ในวันที่เงินฝากไม่ได้รับการคุ้มครอง
11 สิงหาคม 2554 ดีเดย์คุ้มครองเงินฝากลดลงเหลือ 50 ล้านบาท ก่อนที่จะลดลงอีกเหลือ แค่ 1 ล้านบาทในปีหน้า แบงก์/บลจ.แนะผู้ฝากสำรวจทรัพย์สิน บริหารเงินให้ปลอดภัยและงอกเงย เปิด 13 ทางเลือกฝากเงินในสินทรัพย์ทางการเงิน ตามความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดหวัง
วันที่ 11 สิงหาคม 2554 การคุ้มครองเงินฝากและดอกเบี้ยจะลดลงเหลือ 50 ล้านบาท ต่อผู้ฝาก 1 รายต่อ 1 สถาบันการเงิน ซึ่งจะส่งผลต่อผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป และในวันที่ 11 สิงหาคม 2555 วงเงินฝากที่ได้รับคุ้มครองจะลดลงเหลือ 1 ล้านบาท ผลที่เกิดขึ้นต่อผู้ฝากเงินก็จะขยายวงกว้างขึ้น เพราะการฝากเงินมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การคุ้มครองเงินฝากที่ลดลงนี้ ก็นับเป็นโอกาสดีที่ผู้ฝากเงิน จะได้จัดการกับเงินฝากที่มีอยู่ให้ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการจัดสรรเงินฝากส่วนเกินไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินได้อย่างเหมาะสม
การเงินธนาคาร ได้ รวบรวมข้อควรคำนึงถึง พร้อมกับแนวทางและวิธีการจัดสรรเงินส่วนเกินให้มีผลตอบแทน จากธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกสิกรไทย มานำเสนอ เพื่อให้ผู้ฝากเงินใช้พิจารณาในการจัดการกับเงินฝากเพื่อความอุ่นใจว่า เงินที่ได้ฝากไว้สินทรัพย์ทางการเงินรูปแบบต่างนั้นมีความปลอดภัยและมีผลตอบแทนงอกเงย
...นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายเงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ -“ผมไม่ได้มองวัตถุประสงค์ของการมีสถาบันคุ้มครองเงินฝาก แล้วให้มันจบที่การคุ้มครองเงินฝาก ผมว่าเรื่องที่จะพูดกันต่อไป ก็คือถึงเวลาแล้วที่คนควรจะรู้จักเงินของตัวเอง และรู้จักการบริหารเงินที่ดีขึ้น สถาบันเองก็ต้องพัฒนา คิดค้นผลิตภัณฑ์ออกมาให้ผู้ฝากเงินมีทางเลือกเพิ่มขึ้น ผมว่าเป็น fundamental ที่ควรจะ support“
นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจเงินฝากและการลงทุนและประกันภัยธนพัทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) –“การใช้วงเงินคุ้มครองเงินฝากมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินในเลือกลงทุนผลิตภัณฑ์อื่นนอกจากเงินฝาก ไม่น่าจะเป็นแนวทางการบริหารเงินที่ดีนัก การลงทุนไม่มีสูตรตายตัว ต้องสำรวจความต้องการ พิจารณา สภาพคล่องกับการรับความเสี่ยงของตัวเองว่าเป็นอย่างไร การคุ้มครองเงินฝากเป็นการบอกว่า ต่อไปนี้หากเกิดเหตุการณ์ไม่บังควรกับสถาบันการเงิน วิธีการที่ผู้ฝากจะได้เงินคืน จะมีลำดับขั้นตอนอย่างไร”
นางสาวอุมาพันธ์ เจริญยิ่ง ผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) – “คนไทยส่วนใหญ่มักฝากเงินทิ้งไว้ในธนาคาร โดยไม่ได้คำนึงเลยว่า เงินที่มีสามารถนำไปบริหารได้ ดังนั้นควรกลับมาสำรวจทรัพย์สินของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ว่ามีทรัพย์สินอยู่ที่ไหนบ้าง อยู่ถูกที่ถูกทางหรือยัง แล้วผลตอบแทนเป็นอย่างไร หรือเรามีช่องทางการจัดสรรเงินอย่างไรบ้าง”
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบัวหลวง จำกัด - “หลังการลดสัดส่วนความคุ้มครองเงินฝาก ตลาดกองทุนคงไม่ขยายตัวแบบก้าวกระโดด แต่เชื่อว่าน่าจะทำให้ลูกค้าได้คิด และเริ่มแสวงหาทางเลือกการลงทุนใหม่ๆ เพราะตั้งแต่ต้นปี เราได้เห็นการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงของลูกค้ารายใหญ่ที่มีวงเงินมากกว่า 50 ล้านบาท เช่น มูลนิธิ หรือสถาบัน มีการติดต่อหารือเพื่อวางแผนรับมือด้วย”…
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับ 351 เดือนกรกฎาคม 2554
สรุปนิตยสารข้างต้น:รวบรวมข้อควรคำนึงถึง พร้อมกับแนวทางและวิธีการจัดสรรเงินส่วนเกินให้มีผลตอบแทน จากธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกสิกรไทย มานำเสนอ เพื่อให้ผู้ฝากเงินใช้พิจารณาในการจัดการกับเงินฝากเพื่อความอุ่นใจว่า เงินที่ได้ฝากไว้สินทรัพย์ทางการเงินรูปแบบต่างนั้นมีความปลอดภัยและมีผลตอบแทนงอกเงย จากนายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายเงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์
นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจเงินฝากและการลงทุนและประกันภัยธนพัทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) นางสาวอุมาพันธ์ เจริญยิ่ง ผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบัวหลวง จำกัด
วิเคราะห์นิตยสารข้างต้น:
ทำให้ได้แนวทางในการจัดการดูแลเงินส่วนตึวได้อย่างดีขึ้น เยื่องจากว่าแนวทางการจัดการของแต่ละท่านก้มีแนวทางที่ค่อนข้างแตกต่างกันออกไป เนื่องด้วยความคิดและมุมมองความชำนาญทางด้านการบริหารจัดการ ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงไม่เท่ากันนั้นเอง แต่ยังไงท้ายที่สุดแล้วย่องจะก่อให้เกิดผลดีแน่ถ้าหากทุกท่านได้ลองศึกษาและหาแนวทางประยุกต์ให้เข้ากับความเป็นตัวเองที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ตัวท่านได้
ทำให้ได้แนวทางในการจัดการดูแลเงินส่วนตึวได้อย่างดีขึ้น เยื่องจากว่าแนวทางการจัดการของแต่ละท่านก้มีแนวทางที่ค่อนข้างแตกต่างกันออกไป เนื่องด้วยความคิดและมุมมองความชำนาญทางด้านการบริหารจัดการ ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงไม่เท่ากันนั้นเอง แต่ยังไงท้ายที่สุดแล้วย่องจะก่อให้เกิดผลดีแน่ถ้าหากทุกท่านได้ลองศึกษาและหาแนวทางประยุกต์ให้เข้ากับความเป็นตัวเองที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ตัวท่านได้










4 ความคิดเห็น:
นำเงินไปลงทุน กับ ฝากไว้ที่ธนาคาร อันไหนมีผลดี ผลเสีย มากกว่ากัน
คงไม่ต้องวิตกแล้วเรา ....เพราะมีในบัญชีอยู่ไม่กี่บาท
เอ่อ แล้ว....fundamental ที่ คุณรุ่งเรือง จาก ไทยพาณิชย์กล่าวไว้ มันคืออะไร
หากอนาคต การให้ความคุ้มครองเงินฝากจะมีลดลง และทำให้ความเสี่ยงที่มีต่อเงินในบัญชีมีมากขึ้น จะดีไหม??? หากว่าจะทำการกระจายความเสี่ยงไปโดยการนำ
เงินไปลงทุนในกองทุนส่วนหนึ่ง แล้วผลตอบแทนจะดีกว่ากันเยอะไหม??
รบกวนตอบด้วยค่ะ ....
แสดงความคิดเห็น