หน้าเว็บ

RSS

ไม่เห็นด้วยค่าแรง 300 ชี้ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน


ที่มา:12 กค. 2554 17:11 น. 




 

ไม่เห็นด้วยค่าแรง 300 ชี้ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน 




นพ.ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้า จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า นโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีแนวคิดนำร่องใน 2 พื้นที่ก่อน คือ กรุงเทพมหานครกับ จ.ภูเก็ต แนวคิดนี้จะกระทบกับผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม นอกจากนี้ยังจะส่งผลให้เกิดการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานจากจังหวัดที่ไม่มีการปรับขึ้นค่าจ้างอย่างมหาศาล รวมไปถึงในส่วนของแรงงานต่างชาติด้วย นอกจากนี้การปรับขึ้นค่าแรงในทันทีทันใด ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และเกิดคำถามว่าหากเลือกเพียงสองพื้นที่แล้วจังหวัดอื่นๆ ซึ่งมีการหาเสียงไว้จะทำอย่างไร เพราะในการหาเสียงนั้นอ้างว่าจะทำทั่วประเทศ
“มุมมองส่วนตัวคิดว่าการปรับขึ้นเพียงสองพื้นที่นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากจะปรับขึ้นจริงๆ นั้นเป็นนโยบายที่สามารถทำได้ แต่ควรที่จะเหมาะสม โดยอาจจะปรับขึ้นในลักษณะของขั้นบันได้ เริ่มต้นจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่อยู่ประมาณ 100 บาทเศษ ให้เป็น 200 บาท จากนั้นก็ค่อยๆ ทยอยปรับเป็น 250 บาท จนถึง 300 บาท ที่สำคัญไม่ควรที่จะปรับค่าแรงในจังหวัดที่มีค่าแรงสูงอยู่แล้วเป็นลำดับแรก แต่ควรจะปรับฐานค่าแรงของจังหวัดที่ค่าแรงยังต่ำอยู่ให้ใกล้เคียงหรือเท่ากับจังหวัดที่มีค่าแรงที่สูงอยู่แล้ว เพราะหากไปปรับจังหวัดที่มีค่าแรงสูงอยู่แล้วเพิ่มขึ้นอีก ก็จะทำให้ช่องห่างของค่าแรงแต่ละจังหวัดมีเพิ่มมากขึ้น และการจะปรับให้ใกล้เคียงกันในอนาคตก็จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งขึ้น" นพ.ศิริชัย กล่าว
นายอภิชิต ประสบรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า แนวคิดข้างต้นจะทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ที่ต้องพิจารณาก็คือเกณฑ์การสมทบเงินของกองทุนหรือสวัสดิการต่าง "เรื่อง 5 % ที่กฎหมายกำหนดแรงงานต้องจ่าย ควบคู่กับเจ้าของประกอบการอีก 5 % ส่วนอีก 1.5 % จ่ายเงินเข้าสมทบกองทุนทดแทน และ 1.5 % จ่ายเป็นคราวๆ หรือเป็นไตรมาสไปในหมู่ผู้ประกอบการซึ่งเฉลี่ยโดยรวมต่อปีค่อนข้างสูง เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทั้งนี้หากผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ไหวทางออกเดียวที่สามารถทำได้ ก็คือหันไปว่าจ้างแรงงานต่างด้าว ที่มีค่าแรงถูกกว่า และปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ แรงงานไทยในบางสาขาที่จะเผชิญกับการว่างงาน นายอภิชิต กล่าว
นายมานะผล ภู่สมบุญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การที่จะปรับเงินค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ธุรกิจขนาดเล็กจะอยู่ไม่ได้ เพราะจะต้องทำฐานเงินเดือนใหม่ทั้งหมด และการปรับเงินค่าจ้างเป็น 300 บาท นั้นเป็นการปรับขึ้นไปถึง 40 % โรงงานขาดใหญ่มีฐานการผลิตดีก็จะอยู่ได้เท่านั้น ส่วนขนาดเล็กและเอสเอ็มอี จะอยู่ไม่ได้หรืออาจจะต้องปิดโรงงานไป
ส่วนการจ้างแรงงานใหม่นั้นจะได้รับเงินค่าจ้าง 300 บาท นั้นคงจะไม่ได้ เพราะทุกวันนี้แรงงานที่มีฝีมือทางผู้ประกอบการจ่ายค่าจ้างมากกว่า 300 บาท อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็รแรงงานเข้าใหม่คงจะยังไม่ได้ค่าจ้าง 300 บาท เพราะจะต้องปรับผลตอบแทนแบบค่อยเป็นค่อยไป ถึงจะทำให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ ยืนยันว่าทุกโรงงานในปทุมธานี ยังไม่เห็นควรปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท อย่างแน่นอน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

3 ความคิดเห็น:

So Clever 1 กล่าวว่า...

ใครๆก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องการขึ้นค่าเเรง เพราะว่าจะทำให้ธุรกิจมีต้นทุนสูงขึ้น
เเต่ในเมื่อพรรคเพื่อไทยได้ตั้งนโยบายนี้ไว้ เเล้วจะต้องดำเนินการไปตามสัญญาที่ให้ไว้
เเล้วสุดท้าย...นโยบายนี้จะเดินต่อไปได้หรือป่าวอ่ะค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ค่าแรง 300 ถ้าค่าแรงขึ้น ราคาสินค้า อุปโภคบริโภค ยอมขึ้นตามทั้งนั่น และจะมีผลตามมาอีกมากมาย รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ยังไง *--*

G10 กล่าวว่า...

ตอบ“มุมมองส่วนตัวคิดว่าการปรับขึ้นเพียงสองพื้นที่นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากจะปรับขึ้นจริงๆ นั้นเป็นนโยบายที่สามารถทำได้ แต่ควรที่จะเหมาะสม โดยอาจจะปรับขึ้นในลักษณะของขั้นบันได้ เริ่มต้นจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่อยู่ประมาณ 100 บาทเศษ ให้เป็น 200 บาท จากนั้นก็ค่อยๆ ทยอยปรับเป็น 250 บาท จนถึง 300 บาท ที่สำคัญไม่ควรที่จะปรับค่าแรงในจังหวัดที่มีค่าแรงสูงอยู่แล้วเป็นลำดับแรก แต่ควรจะปรับฐานค่าแรงของจังหวัดที่ค่าแรงยังต่ำอยู่ให้ใกล้เคียงหรือเท่ากับจังหวัดที่มีค่าแรงที่สูงอยู่แล้ว เพราะหากไปปรับจังหวัดที่มีค่าแรงสูงอยู่แล้วเพิ่มขึ้นอีก ก็จะทำให้ช่องห่างของค่าแรงแต่ละจังหวัดมีเพิ่มมากขึ้น และการจะปรับให้ใกล้เคียงกันในอนาคตก็จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งขึ้น"

แสดงความคิดเห็น